รายละเอียดนปก. ปะทะ พันธมิตร พร้อมรายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต !!
posted on 02 Sep 2008 08:11 by ninetua in politics
เวลา 05.30 น. รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ รพ.วชิระ
1. สราวุธ แก้วโพม อายุ 26 ปี
2. บุญส่ง หึกขุนทด 34 ปี ถูกยิงที่เข่าซ้าย
3. เอกชัย อาจสาคร 57 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกยิง
4. วิโรจน์ อินทร์กล่ำ 52 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
5. แผว ยศไกล 40 มีบาดแผลที่ใบหน้า
6. กริสนี ทรัพย์บุญรอด 52 ปี
7. สมพิศ ศรีนวล 34 ปี
8. วิมล แสงเสนา 26 ปี บาดเจ็บที่ขาซ้าย
9. สุรเดช นวลละออง 26 ปี
10.ธีระชัย พลจันทร์
11. แก้ว พิชัย 32 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
12. พนมไพร สุขศรี 42 ปี มีอาการเจ็บซีโครงขวา
13. จารึก คำน้อย 38 ปี
14. มาริสา เพลวเพลา 55 ปี
15. สวาย พลายเถื่อน 47 ปี บาดเจ็บที่จมูก
16. กิตติศักดิ์ ศรีสุข 44 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
17. ไสว มหึมา 42 ปี
18. ณรงค์ ปามะพันธ์ 44 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
19. ดำ มีสุข 47 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
20. ลออ เปียทอง 56 ปี บาดเจ็บสาหัส ถูกฟันที่ศีรษะ แขนขา
21. ณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์ 55 ปี (เสียชีวิต) เนื่องจากถูกตีของแข็งที่ศีรษะและหน้า
สอบถาม รายชื่อผู้บาดเจ็บ รพ.วชิระพยาบาล โทร. 02-244-3000 ต่อห้องฉุกเฉิน
---------------------------------------------------------------------------------
เวลา 02.20 น. วันที่ 2 กันยายน ได้รับรายงานว่า ผู้บาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกัน 2 ราย ที่ส่งไปรักษาที่วชิระพยาบาล ได้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นชาย เนื่องจาก ถูกตีอย่างหนักที่บริเวณใบหน้า ปาก และศีรษะจนยุบ และเลือดไหลไม่หยุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายใด โดยทางแพทย์ระบุชื่อว่า นายณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์ อายุ 55 ปี โดยเป็นสมาชิก กลุ่มโคราช รักประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัส ที่ถูกยิงที่บริเวณทรวงอก อีก 3 ราย
เวลา 02.43 น. มีรถทหาร จาก พัน 1 รอ. บรรทุกทหารเต็มคันรถ ออกมาวิ่งรอบๆพื้นที่และพร้อมปฎิบัติงานโดยเข้าไปจอดภายในกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 10 คันรถ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นมีทหารกองร้อยปราบจราจล 4 กองร้อย เป็นรถ จีเอ็มซี 2 คัน รถฮัมวี่ 1 คัน โดยได้ตั้งแถวพร้อมปฎิบัติการควบคุมสถานการณ์
1. สราวุธ แก้วโพม อายุ 26 ปี
2. บุญส่ง หึกขุนทด 34 ปี ถูกยิงที่เข่าซ้าย
3. เอกชัย อาจสาคร 57 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกยิง
4. วิโรจน์ อินทร์กล่ำ 52 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
5. แผว ยศไกล 40 มีบาดแผลที่ใบหน้า
6. กริสนี ทรัพย์บุญรอด 52 ปี
7. สมพิศ ศรีนวล 34 ปี
8. วิมล แสงเสนา 26 ปี บาดเจ็บที่ขาซ้าย
9. สุรเดช นวลละออง 26 ปี
10.ธีระชัย พลจันทร์
11. แก้ว พิชัย 32 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
12. พนมไพร สุขศรี 42 ปี มีอาการเจ็บซีโครงขวา
13. จารึก คำน้อย 38 ปี
14. มาริสา เพลวเพลา 55 ปี
15. สวาย พลายเถื่อน 47 ปี บาดเจ็บที่จมูก
16. กิตติศักดิ์ ศรีสุข 44 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
17. ไสว มหึมา 42 ปี
18. ณรงค์ ปามะพันธ์ 44 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
19. ดำ มีสุข 47 ปี บาดเจ็บที่ศีรษะ
20. ลออ เปียทอง 56 ปี บาดเจ็บสาหัส ถูกฟันที่ศีรษะ แขนขา
21. ณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์ 55 ปี (เสียชีวิต) เนื่องจากถูกตีของแข็งที่ศีรษะและหน้า
สอบถาม รายชื่อผู้บาดเจ็บ รพ.วชิระพยาบาล โทร. 02-244-3000 ต่อห้องฉุกเฉิน
---------------------------------------------------------------------------------
เวลา 02.20 น. วันที่ 2 กันยายน ได้รับรายงานว่า ผู้บาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกัน 2 ราย ที่ส่งไปรักษาที่วชิระพยาบาล ได้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นชาย เนื่องจาก ถูกตีอย่างหนักที่บริเวณใบหน้า ปาก และศีรษะจนยุบ และเลือดไหลไม่หยุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายใด โดยทางแพทย์ระบุชื่อว่า นายณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์ อายุ 55 ปี โดยเป็นสมาชิก กลุ่มโคราช รักประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัส ที่ถูกยิงที่บริเวณทรวงอก อีก 3 ราย
โดยศูนย์เอราวัณ ระบุ จำนวนผู้บาดเจ็บขณะนี้ มีทั้งหมด 34 ราย โดยแยกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระพยาบาล จำนวน 22 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย โรงพยาบาลรามา บาดเจ็บ 5 ราย สาหัส 1 ราย โรงพยาบาลราชวิถี บาดเจ็บ 1 ราย
นายแพทย์เพ็ชรพงษ์ กำจรกิจการ ผอ.ศูนย์เอราวัณ เปิดเผยถึงยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่นำส่ง รพ.ศูนย์เอราวัณ ว่ามียอดผู้บาดเจ็บรวม 34 ราย โดยในจำนวนนั้นบาดเจ็บสาหัส 4 ราย โดยถูกยิงเข้าบริเวณทรวงอก 3 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมี 1 ราย เป็นชาย ทราบชื่อ ณรงค์ศักดิ์ กอบไธสงค์ อายุ 55 ปี เสียชีวิตเนื่องจากร่างกายถูกกระแทกด้วยของแข็ง
เวลา 02.22 น. มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้ทหารจากกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 4กองร้อย ซึ่งเป็นทหารปราบจราจล เดินทางมาเป็นกำลังเสริมป้องกันเหตุปะทะกัน ทั้งนี้ กองกำลังดังกล่าวได้เดินออกจากกองภาพภาคที่ 1 มาอยู่เป็นแกนกั้นกลางระหว่างทั้ง 2ฝ่าย ในเวลา 02.50 เพื่อป้องกันการเกิดเหตุปะทะกันอีก และเสริมกำลังตำรวจ ที่มีอยู่เพียงกว่าพันนายเท่านั้น ทั้งนี้ กำลังทหารดังกล่าวถึงสั่งห้ามพกอาวุธเด็ดขาด ให้มีเฉพาะโล่ห์กับหมวกกันน็อคเท่านั้น แม้แต่กระบองก็ห้ามพก
ข่าวแจ้งว่า นอกจากการปะทะกันที่บริเวณสะพานมัฆวานฯแล้ว กลุ่มนปก.ยังพยายามบุกอีกหลายจุดพร้อมๆกัน เพื่อก่อกวนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เช่น บริเวณวัดโสมนัสฯ สะพานอรทัย บริเวณหน้าสนามม้านางเลิ้ง และที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่กลุ่มพันธมิตรฯ มีการ์ดป้องกันอยู่ ทำให้มีการปะทะกันเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรรุนแรงมาก
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า ในการปะทะกันครั้งนี้ เป็นความต้องการของรัฐบาล ที่พยายามรวบรวมคนเพื่อมาต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เพื่อขับไล่กลุ่มพันธมิตรฯออกจากทำเนียบรัฐบาล หลังที่ตำรวจพยายามจะสลายการชุมนุมแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เห็นได้ชัด จากการที่มีคนของรัฐบาล อยู่ในที่ชุมนุมด้วย ที่ได้เห็นชัด คือนายสมศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่คอยบัญชาการที่บริเวณหน้าสนามมวยราชดำเนิน ส่วนนายอดิศร เพียงเกษ สมาชิก 111 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองอดีตส.ส.ไทยรักไทย พร้อมกันนี้ ยังเห็น เสธ.แดง ร่วมกับกลุ่มนปก.ด้วย
"จะเห็นได้ว่า การบุกของนปก.ครั้งนี้ ทางตำรวจไม่ได้มีความพยายามขัดขวางแต่อย่างใด ปล่อยให้นปก.บุกเข้ามาได้ง่ายๆ เพื่อเป็นข้ออ้างของรัฐบาลในการประกาศภาวะฉุกเฉิน ดังนั้น จึงพยายามของกลุ่มพันธมิตรปักหลักในที่พยายาม อย่าตกเป็นเหยื่อของรัฐบาล ซึ่งเห็นได้ว่า เหตุการณ์วันนี้ มีพฤติกรรมคล้ายกับเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่นักศึกษาชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยรัฐบาลพยายามปลุกระดมกลุ่มต่างๆ ให้เข้ามาทำลายกลุ่มนักศึกษาฯ
เวลา 02.38 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ์ ผบ.ตร.ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบสถานการณ์ ได้เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.และพล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น.ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เวลา 02.41 น.ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ได้มีกลุ่มรถแท็กซี่ ของ นปก.ประมาณ 100 คัน มาจอดและลงจากรถ โดยโพกผ้าสีแดง พร้อมกับตะโกนขับไล่แกนนำพันธมิตรฯ โดยมีกำลังตำรวจคอยตรึงกำลังอยู่ตลอดเวลา
เวลา 02.43 น. มีรถทหาร จาก พัน 1 รอ. บรรทุกทหารเต็มคันรถ ออกมาวิ่งรอบๆพื้นที่และพร้อมปฎิบัติงานโดยเข้าไปจอดภายในกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 10 คันรถ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นมีทหารกองร้อยปราบจราจล 4 กองร้อย เป็นรถ จีเอ็มซี 2 คัน รถฮัมวี่ 1 คัน โดยได้ตั้งแถวพร้อมปฎิบัติการควบคุมสถานการณ์
ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงเหตุการณ์ปะทะกัน เริ่มคืนตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน วันที่ 1 กันยายน ต่อเนื่อง วันที่ 2 ก.ย. จากการที่ กลุ่มนปก. ได้ย้ายที่ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาปักหลักที่ บริเวณหน้า สน.นางเลิ้ง โดยมีรถเคลื่อนที่เวทีปราศรัย เพื่อเตรียมเข้าลุยกับกลุ่มพันธมิตร ที่มีเวทีปราศรัยอยู่ที่ปักหลักที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ทั้งนี้ จำนวนของกลุ่มนปก.มีประมาณ 4-5 พันคน โดยส่วนใหญ่จะถือไม้เพื่อเตรียมกับตะลุมบอนอย่างเต็มที่
จนกระทั่งเวลา 00.30 น. วันที่ 2 กันยายน กลุ่มนปก.ได้เคลื่อนผู้ชุมนุมมาถึงบริเวณแยกจปร. ซึ่งมีตำรวจหลายร้อยนาย แต่ปรากฏว่า กลุ่มนปก.ก็สามารถฝ่าด่านตำรวจที่แยกจปร.ได้อย่างง่ายดาย และมุ่งเดินหน้าที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ ทำให้การ์ดของกลุ่มพันธมิตร ต้องเข้ามาปักหลักไม่ให้กลุ่มนปก.บุกเข้ามาได้
จนมาถึงเวลา 01.00 น. ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตั้งแถวประจันหน้ากันบริเวณกองทัพบก และใกล้กับหน้าองค์การสหประชาชาติ หลังจากนั้น ได้ตะโกนร้องด่ากันและมีการยิงหนังสติ๊ก ปาหิน ขวดน้ำ ขาดโซดา ใส่กัน ในที่สุด ทั้ง 2 ฝ่าย ที่ถือไม้ถือไม้ วิ่งเข้าหากัน เกิดการปะทะกัน ประมาณกว่าร้อยคน จนมีผู้บาดเจ็บได้เลือดหลายราย และมีการรุมตีผู้ที่บาดเจ็บและหกล้มจนบาดเจ็บ สาหัสรวม 2 ราย แต่เนื่องจาก กลุ่มนปก. ส่วนใหญ่อยู่ในการมึนเมาจำนวน ทำให้กลุ่มพันธมิตรที่เตรียมพร้อมมากกว่า มีไม้กระบองและใส่หมวกกันน๊อค ทำให้บาดเจ็บน้อยกว่า และยังมีเรียกกำลังเสริมจากทำเนียบรัฐบาลมาด้วย ทำให้กลุ่มนปก.ต้องถอนร่นไปที่ หน้าสนามมวยราชดำเนิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เกิดการปะทะกันนั้นได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมนปก.ล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นที่น่าสังเกตุว่า ระหว่างที่เกิดเหตุชุลมุนนั้น ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคอยดูแลแต่อย่างใด
หลังจากนั้น ตำรวจจึงเริ่มเข้ามาตรึงกำลังทั้งสองฝ่ายไม่ให้ประจันหน้าอีกบริเวณหน้า กองทัพยก แต่ทั้งสองก็ยังปักหลักเผชิญหน้ากันอยู่
ภายหลังเกิดเหตุ พบปลอกกระสุน ตกบริเวณจุดปะทะกันหลายสิบนัด ซึ่งทางตำรวจกำลังตรวจสอบว่า ฝ่ายใดเป็นผู้ยิงปืนเข้าไปชั่วเกิดเหตุปะทะกัน หรือเป็นมือที่ 3 เจอป่วนให้เหตุการณ์บานปลายหรือไม่
